ข้อ 1 ก็คือเก็บเงินครับ อันดับแรกเลยคือต้องมีเป้าหมายชัดเจนก่อนคุณอยากได้ 1 ล้านบาท สมมุติว่าคุณอายุ 20 อยากมี 1 ล้านบาท ตอนอายุ 30 ปี แปลว่าคุณมีเวลา 10 ปี 10 ปี 1 ล้านหรือแปลว่าปีละแสนถูกต้องไหม ที่นี้ตกเดือนละเท่าไหร่ ก็คือเดือนละ 8,333 บาทแล้วเป็นวันละเท่าไหร่ล่ะ หาร 30 วันออกมาวันละ 275 บาทเท่านั้นเอง ที่นี่หลักๆมันก็มีอยู่สองอย่างคือเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย

ข้อ 2 คือการมีนิสัยและมี Mind Set การเงินที่ดีครับ เริ่มจากนิสัยก่อนมีอะไรบ้างคืออันดับแรกเลยคือทำบัญชีรายรับและรายจ่ายครับ ทำไปให้รู้ว่าแต่ละเดือนคุณได้เงินเท่าไหร่และคุณใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง เมื่อคุณทำให้แบบนี้ คุณจะรู้ว่าคุณหมดเงินไปกับอะไรและคุณออมเงินได้เท่าไหร่ ถ้าจะมีหลักล้านจริงๆต้องมีนิสัยนี้ครับ คือออมอย่างสม่ำเสมอโดยใช้สูตรนี้ครับ รายได้ลบเงินออมเท่ากับเงินที่ใช้ได้ แต่คนส่วนมากที่มันไม่ได้กันเพราะมันใช้อีกสูตรหนึ่ง คือรายได้ลดรายจ่ายแล้วค่อยออม ซึ่งส่วนมากพอรายได้ลดรายจ่ายมันไม่ค่อยเหลือ ทำให้ออมไม่ได้เลยเพราะฉะนั้น คือต้องใช้สูตรแรกเมื่อกี้นี้นะครับ สมมุติว่าคุณได้ค่าขนมจากคุณพ่อคุณแม่มา 8,000 บาทแล้วคุณก็ตั้งใจกันเลยว่าฉันจะออมเดือนละ 2,000 เอา 8,000 ลบ 2000 ก่อนเลยว่าคุณน่ะใช้ได้ 6,000 บาท แต่แน่นอนว่าเราก็อยากจะออมได้มากกว่านี้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นให้กลับไปดูบัญชีรายรับรายจ่าย ว่าลดตรงไหนได้บ้างนะครับเช่นกาแฟ 50-60 ใช่ไหมครับยี่ห้อแพงกว่านั้นหน่อยเป็นร้อยนะ เลิกกาแฟน้ำตาล้วนๆ 10 บาท ประหยัดไป 40 บาทต่อวัน คูณ 30 วันคือ 1,200 บาท วันละเล็กละน้อยรวมๆกันเยอะนะ ต่อมาคือ Mind Set ด้านการเงินสำคัญมากเลยครับ วิธีคิดจะกำหนดการกระทำเสมออย่างเช่น ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนอายุน้อย ยังเรียนไม่จบเครดิตไม่มี หาเงินไม่ได้ทุนก็น้อยอีก จะเอาเงินที่ไหนไปทำธุรกิจต่อยอดเพราะมันมีความเชื่อพรุ่งนี้ปุ๊บ คุณว่าคุณจะหาเงินได้ไหม ? เป็นไปไม่ได้แพ้ตั้งแต่คิดแล้ว ถ้าคุณอยากมีเงินเป็นล้านหรือมากกว่านั้น หน้าที่คุณคือไปศึกษาเลยว่าคนที่มีเงินหลักล้านตั้งแต่อายุ 30 หรืก่อนหน้านั้นอีกหรือ เศรษฐีที่อายุก่อน 30 เขาคิดยังไงและคุณศึกษาวิธีคิดเขาให้ได้ เพราะถ้าคุณคิดเหมือนคุณก็จะทำเหมือน

ข้อ 3 ลงทุนกับการเรียนรู้ครับ ความรู้กับรายได้แปลผันตรงเท่าเนี่ย ความรู้น้อยรายได้น้อยเสมอครับ ความรู้เราไม่ได้หมายถึงความรู้ในรั้วมหาลัยหรือโรงเรียนเท่านั้น ความรู้ในที่นี้คือทั่วไปนั่นแหละครับ หรือศึกษาจากการอ่านหนังสือจากห้องสมุดก็ได้ หรือไปคุยกับคนที่เขามีความรู้มากกว่าก็ได้ นั่นคือการเรียนรู้นะครับ I take Course จะได้มีเยอะแยะมากมาย ต้องเข้าใจก่อนว่าคุณมาถึงจุดนี้ได้เพราะความรู้เดิม คุณจะไปไกลกว่านี้ได้คุณต้องมีความรู้ใหม่ ผมไม่บอกว่าการไปโรงเรียนไม่สำคัญ สำคัญกว่าคือการเรียนรู้ที่ไม่หยุดยั้งนอกโรงเรียนต่างหาก

ข้อ 4 ต้องมีรายได้เสริมครับ มันสอดคล้องกับข้อก่อนหน้านั้นใช่ไหมครับ ก็คือว่าถ้าไม่คุณมีความรู้แล้วคุณไม่ลงมือทำก็เท่ากับ 0 มีวินัยมี Mind Set แล้วล่ะ เชื่อแล้วแหละว่าตอนวัยเรียนทำงานได้ ที่นี้ต้องเข้าใจว่าเราหารายได้หางานเพิ่มไปทำไม เพราะเราต้องการจะเพิ่มรายได้ใช่ไหมครับ เพื่อจะได้เก็บให้ได้อย่างน้อยวันละ 275 บาทเดือนละประมาณ 8000 กว่าบาท เอาความสามารถไปแลกเงินมาหางานพิเศษรายได้เสริมแล้วเนี่ย และคุณเก็บได้ตก 275 บาท ไปอย่างนี้ 10 ปี คุณก็จะมี 1 ล้านแล้วแน่ๆนะตั้งแต่อายุ 30 นะ แต่ถ้ากูทำข้อต่อไปจะทำให้คุณมีล้านเร็วขึ้นตั้งแต่ปีที่ 7 ปีที่ 5 ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้หนึ่งในวิธีคือ

ข้อ 5 การลงทุน ข้อนี้เราจะให้เงินทำงานหนักให้เราบ้าง ถที่นี่การลงทุนมันก็มีแต่เสี่ยงน้อยยันเสี่ยงมาก ค่อยๆเริ่มไปแล้วกันนะ เสียงน้อยสุดก็คือออมทรัพย์ทุกวันนี้ดอกเบี้ยก็ประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหมือนไม่ได้ฝากที่มันขึ้นมานั่นคือการฝากประจําดอกเบี้ยสูงขึ้นมาหน่อย มันมีฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน ซึ่งส่วนมากก็คือไม่สามารถถอนก่อนหน้านั้นได้ เป็นเรื่องที่ดีเพราะคุณไม่ต้องการจะใช้อยู่แล้วจริงไหมครับ อีกทางเลือกคือสลากออมสินครับ คือนอกจากดอกเบี้ยแล้วใช่ไหมครับ ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือนอีกด้วยนะ อีกเลือกหนึ่งคือพันธบัตรรัฐบาลครับ ซึ่งผลตอบแทนขึ้นประมาณมาสัก 2 เปอร์เซ็นต์ครับ ยิ่งยาวก็ยิ่งจะได้มากกว่านี้นะครับ ถ้าเราอยู่ในยุคที่ดอกเบี้ยมันต่ำเพราะฉะนั้นดอกเบี้ยเหล่านี้ก็จะต่ำไปด้วยนะครับ อีกทางเลือกหนึ่งคือกองทุนรวมครับจริงๆ ต้องบอกว่าอันนี้น่าสนใจเพราะว่าด้วยความที่คุณอายุยังน้อย สมมุติคุณอายุ 20 ปีโจทย์ของคุณคือ 30 คุณมีเวลาถึง 10 ปี คุณสามารถให้ดอกเบี้ยทบต้นมันทำงานได้ สินเชื่อ

ทั้งหมดที่พูดมามันมีหลายทางเลือกใช่ไหม ถามว่าทางเลือกในที่สุดก็บอกว่าบอกไม่ได้ มันอยู่ที่โจทย์ของคุณอยู่ที่ความรู้ของคุณ อยู่ที่ประสบการณ์ของคุณด้วย ถ้าวันนี้คุณรู้น้อยแน่นอนคุณก็ต้องไปลงทุนอะไรที่มันเสี่ยงน้อยแต่ถ้าคุณมีความรู้ที่มากขึ้น คุณก็มีโอกาสเสี่ยงได้มากขึ้น เห็นไหมครับว่าการจะมี 1 ล้านแรก ภายใน 30 นั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเลยจริงไหม แต่ที่สำคัญที่สุดเลยนะ คือได้ความรู้วันนี้ไปแล้วต้องไปลงมือทำครับ